โครงการ “LOGISTECH FUTURE SKILLS FORUM 2026” วางโจทย์การเรียนรู้จากปัญหาจริง ใช้เทคโนโลยีและ AI อย่างรับผิดชอบ พร้อมเปิดตัว 3 หลักสูตรใหม่ ต่อยอดโอกาสในธุรกิจยุคเปลี่ยนผ่าน
มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก (SBU) เดินหน้าสร้างบทบาทมหาวิทยาลัยในฐานะพื้นที่พัฒนาทักษะและความสามารถที่นำไปใช้ได้จริง จัดโครงการอบรม LOGISTECH FUTURE SKILLS FORUM 2026 ภายใต้แนวคิด “From Skills to Impact. From Impact to Future.” มุ่งเชื่อมการเรียนรู้กับการทำงานและโจทย์ของภาคธุรกิจ เพื่อให้ผู้เรียนและผู้ประกอบการนำความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปแก้ปัญหา สร้างมูลค่าเพิ่ม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการและบุคลากร
หัวใจของงานคือการส่วเสริมให้ภาคธุรกิจขยับจากการพัฒนาคนโดยพิจารณาเพียงวุฒิการศึกษา ไปสู่การให้ความสำคัญกับสมรรถนะที่พิสูจน์ได้จากการทำงานจริง ตั้งแต่การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สอนการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างผลลัพธ์ให้กับองค์กรและสังคม

รองศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต ทิพากร ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า โลกการทำงานต้องการบุคลากรที่นำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาและสร้างผลลัพธ์ได้จริง แนวคิด Skills-First จึงให้ความสำคัญกับความสามารถของบุคคลควบคู่กับความรู้และคุณวุฒิ โดยคนทำงานยุคใหม่ควรคิดอย่างเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีและ AI ให้เหมาะกับงาน สื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ พร้อมเรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
“AI ควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของคน คนยังต้องเป็นผู้ตั้งคำถาม วิเคราะห์ข้อมูล ตัดสินใจ และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงใช้เครื่องมือเป็น แต่ต้องรู้ว่าจะนำไปแก้ปัญหาอะไร สร้างประโยชน์ให้ใคร และวัดผลสำเร็จอย่างไร” รองศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต กล่าว พร้อมเสนอให้มหาวิทยาลัยและสถานประกอบการร่วมออกแบบหลักสูต

ดร.สมศักดิ์ รุ่งเรือง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก กล่าวว่า วิสัยทัศน์ “Empowering Modern Professionals” สะท้อนเป้าหมายของ SBU ที่ต้องการพัฒนาคนให้พร้อมทำงาน ปรับตัวต่อเทคโนโลยี และเติบโตต่อไปได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยผสานความรู้วิชาชีพ เทคโนโลยี AI และประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรมเข้ากับการเรียนรู้
SBU ขับเคลื่อนแนวคิด LogisTech Intelligence ซึ่งมุ่งให้ผู้เรียนคิดอย่างเป็นระบบ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และสร้างคุณค่าสู่สากล ผ่านโจทย์จริง การลงมือปฏิบัติ และการประเมินจากผลงาน พร้อมเชิญภาคอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การออกแบบหลักสูตร เป็นพี่เลี้ยง ไปจนถึงการประเมินสมรรถนะ เพื่อให้มั่นใจว่าทักษะที่พัฒนาขึ้นนำไปใช้ในงานได้จริง

ภายในงานยังนำเสนอหลักสูตรใหม่ 3 ด้าน ได้แก่ การออกแบบธุรกิจใหม่ด้วย AI, นักพัฒนาระบบขับเคลื่อนยานยนต์สมัยใหม่ และ นักคัดสรรประสบการณ์และนวัตกรธุรกิจเวลเนสพรีเมียม ซึ่งเชื่อมโยงเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยกับโอกาสในธุรกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต และเศรษฐกิจบริการมูลค่าสูง
“สำหรับ SBU การเป็นมืออาชีพยุคใหม่ไม่ได้วัดเพียงว่าผู้เรียนมีทักษะอะไร แต่ต้องดูด้วยว่านำทักษะไปสร้างคุณค่าได้อย่างไร เราต้องการให้ภาคอุตสาหกรรมเป็นหุ้นส่วนร่วมสร้างผู้เรียน ตั้งแต่การพัฒนาหลักสูตรจนถึงการประเมินผล และต่อยอดความร่วมมือจากการฝึกประสบการณ์ไปสู่การแก้ปัญหาและสร้างนวัตกรรมร่วมกัน” ดร.สมศักดิ์ กล่าว

รศ. ดร.จิระเสกข์ ตรีเมธสุนทร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาธุรกิจและเครือข่าย เน้นย้ำมิติการเชื่อมองค์ความรู้กับโอกาสทางธุรกิจ โดยมหาวิทยาลัยสามารถเป็นพื้นที่ให้ผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรมร่วมแลกเปลี่ยนโจทย์ พัฒนาทักษะ และทดลองแนวทางใหม่ เพื่อนำไปปรับใช้กับธุรกิจและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน“เป้าหมายของการเชื่อมเครือข่ายกับภาคธุรกิจ คือทำให้องค์ความรู้ไม่หยุดอยู่ในห้องเรียน แต่เดินทางไปสู่การใช้งานจริง ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้และเทคโนโลยีไปต่อยอดกระบวนการทำงาน พัฒนาบริการ และสร้างโอกาสทางธุรกิจ ขณะเดียวกันโจทย์จากธุรกิจก็ช่วยให้มหาวิทยาลัยออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบความต้องการได้ตรงยิ่งขึ้น”
SBU มุ่งให้ผลลัพธ์ของการเรียนรู้ปรากฏทั้งในความก้าวหน้าของผู้เรียน ผลงานที่ช่วยองค์กร และคุณค่าที่เกิดขึ้นกับสังคม พร้อมเปิดพื้นที่การเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัยผ่านหลักสูตรระดับปริญญาและหลักสูตรระยะสั้น เพื่อสนับสนุนการเพิ่มทักษะ (Upskill) การปรับทักษะ (Reskill) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต





